วันพุธที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2563
Collaboration and Prod.
Wine - Suran (Prod by SUGA)
Wine
Eternal Sunshine - Epik High with SUGA
Eternal Sunshine
We don't talk together - Heize (Prod by SUGA)
SUGA's Interlude - Halsey with SUGA
SUGA's Interlude
Eight - IU feat.SUGA
Eight
Agust D - Agust d
Agust D
Give it to me - Agust d
Give it to me
Daechwita - Agust d
Daechwita
His Songs
โดยวิธีทำเพลงของคุณยุนกิคือการจดบันทึก เขามักจะจดบันทึกทุกครั้งเวลาที่นึกอะไรขึ้นมาได้ หรือเวลาพบเจออะไรที่น่าสนใจ และถ้าเมื่อไหร่ที่คุณยุนกิรู้สึกตัน/คิดเพลงไม่ออกเขาก็จะเปิดบันทึกเหล่านี้ขึ้นมาเพื่อดูว่าตอนนั้นเขาคิดอะไรอยู่ อาจเป็นความรู้สึกของเดือนที่แล้ว หรือ 3-4 ปีที่แล้ว หลายครั้งที่ปล่อยอัลบั้ม คุณยุนกิจะมานั่งรีวิวอัลบั้มให้แฟนคลับฟัง เล่าขั้นตอนการทำเพลงและแรงบันดาลใจในเพลงนั้นๆ แต่จะไม่อธิบายเนื้อเพลง โดยเขาบอกไว้ว่า
"ผมไม่ชอบตีความและอธิบายความหมายของเพลงครับ ดนตรีน่ะไม่ได้เป็นของคนแต่งแต่มันเป็นของคนฟังต่างหาก การตีความจริงเป็นของคนฟังด้วย"
คุณจีมินเคยบอกไว้ว่าคุณยุนกิเป็นคนที่มีความรู้หลายอย่างมาก นั่นก็แปลว่าจริงๆ แล้วคุณยุนกิเป็นคนใฝ่หาความรู้ในระดับนึง เพราะเขาแทบไม่เคยไปไหนแต่รู้ในสิ่งที่คนอื่นไม่รู้ นั่นแปลว่าเขาเรียนรู้อยู่ตลอดเวลาเหมือนกัน คุณยุนกิบอกไว้ว่าเขาชอบที่จะมอง ฟังและรู้สึกไปกับสิ่งต่างๆ มากกว่าการอ่าน ในฐานะเอนเตอร์เทนเนอร์เขาอาจทำได้ไม่ค่อยดี แต่ว่าเขามีความทะเยอทะยานในฐานะนักดนตรีอย่างเต็มเปี่ยม
คุณยุนกิเป็นคนที่คิดอะไรละเอียดอ่อน คิดมากคิดเยอะแต่ไม่ชอบพูด แต่เขาเอาทุกสิ่งทุกอย่างในหัวใจไปใส่ไว้ในบทเพลงที่เขาแต่งหมดแล้ว เขาเคยบอกว่าเขาแก้ปัญหาความรู้สึกอันซับซ้อนของตัวเองด้วยการทำเพลง โดยงานเขียนของ Alice Steinbach ได้บอกไว้ว่า
"จดหมายดีกว่าการโทรเสมอ คนที่เขียนทุกอย่างลงในจดหมาย เขาจะไม่ยอมพูดอะไรต่อหน้า เขาจะยอมเขียนความรู้สึกและความคิดเห็นของตัวเองด้วยการใช้ประโยคที่เต็มไปด้วยอารมณ์ความรู้สึก ละเอียดละออและมีพลัง มากกว่าที่จะยอมพูดเป็นคำ"
Yoongi and BTS
ถ้าพูดถึงการทำเพลงในฐานะวง BTS คุณยุนกิคือคนที่จริงจังและอุทิศตัวให้กับดนตรีมาก เพราะเขาทำเพลงตลอดเวลาและทุกที่ ในโรงแรมระหว่างทัวร์คอนเสิร์ต ระหว่างท่องเที่ยว หรือหลังเวที
"ผมคงไม่ให้อภัยตัวเองหากทำดนตรีโดยปราศจากการทุ่มเททุกสิ่งทุกอย่างลงไป ถ้าได้เริ่มอะไรแล้วจะต้องทำให้ดีที่สุด"
เพราะตอนเป็นเด็กคุณยุนกิได้ฟังเพลงทีี่มีข้อความที่เต็มไปด้วยความหวังเยอะมาก จึงเป็นแรงบันดาลใจให้ทำเพลงที่เกี่ยวกับเรื่องพวกนั้น เพลงของคุณยุนกิจึงมักจะพูดถึงความฝัน วัยหนุ่มสาวและความเป็นจริง ซึ่งเพลงเหล่านี้ก็ได้ทำหน้าที่ปลอบประโลมและเป็นกำลังใจให้คนฟังอย่างที่เขาตั้งใจได้แล้วจริงๆ แม้ในช่วงแรกๆ จะอึดอัดกับคำว่าไอดอลอยู่บ้าง แต่หลังจากทำเพลงมาได้ระยะหนึ่ง เขาก็ได้เรียนรู้ว่าความภูมิใจและความสุขที่แท้จริงในฐานะไอดอลคือ การได้รับการยอมรับผลงาน การทำให้ผู้คนมากมายเปิดใจฟังเพลงของเขาได้ เพราะงั้นมันจึงไม่สำคัยแล้วว่าเขาจะถูกเรียกว่าอะไร วันนี้เขาภูมิใจกับคำว่าไอดอล และคุณยุนกิเคยบอกไว้ว่า
"คุณค่าของเพลงจะเกิดขึ้นเมื่อมีคนฟัง"
นั่นคือเหตุผลว่าทำไมเขาถึงอยากให้มีคนมาฟังเพลงเขาเยอะๆ ทำไมคุณยุนกิพูดถึงอคติในการฟังเพลงบ่อยๆ เพราะมันเป็นสิ่งที่เขาเผชิญกับมันมาตลอดตั้งแต่เริ่มเดินในเส้นทางดนตรี เพลงที่ทำด้วยหัวใจเอาไปขายก็ไม่มีคนซื้อ ไม่มีแม้แต่คนฟัง นอกจากมุมศิลปินที่มีความจริงจังกับการทำเพลงแล้ว คุณยุนกิก็ยังมีมุมสดใสเหมือนวัยรุ่นทั่วไป ซึ่งคนนอกไม่ค่อยได้สัมผัส เพราะเวลาออกงานเขามักจะนิ่งและขี้อาย ส่วนเวลาแสดงบนเวทีก็กลายเป็นผู้ชาย swag และเกรี้ยวกราด จนหลายคนคิดว่าคุณยุนกิเป็นคนกระด้าง แต่จริงๆ แล้วเขาเป็นคนที่จิตใจดีและอ่อนโยนมากๆ คนนึง ภายใต้บุคลิกที่ดูไม่คอยสนใจใครแต่กลับถูกยกย่องจากเมมเบอร์ด้วยกันเองว่าเป็นคนที่ใส่ใจคนอื่นเป็นอันดับต้นๆ
บุคลิกนิสัยของคุณยุนกิถอดแบบมาจากคุณพ่อ นั่นคือไม่ชอบแสดงความรู้สึก เขาบอกว่าอยากเป็นคนใจเย็นสำหรับคนอื่นๆ มีเหตุผลและมีสติกับทุกสถานการณ์ เลยใช้ชีวิตโดยคิดว่าถ้าเราแสดงความรู้สึกให้คนอื่นรู้เราก็จะแพ้ คุณยุนกิเลยพยายามใช้ชีวิตเหมือนคุณพ่อและทำแบบนั้นมาโดยตลอด ครั้งนึงคุณยุนกิเคยเขียนจดหมายสารภาพว่าทุกครั้งที่ดีใจก็จะทำเป็นไม่ดีใจ เศร้าก็จะทำเป็นไม่เศร้า ชอบก็ทำเป็นไม่ชอบ ทำเป็นเข้มแข็งและเย็นชา ใช้ชีวิตแบบแกล้งทำมาตลอด เพราะคิดว่าความสุขถ้าแบ่งปันมันจะเพิ่มขึ้น แต่ความเสียใจแบ่งปันมันจะไม่ลดลง เลยคิดว่าทำแบบนี้มันถูกแล้ว
เพราะไม่ชอบบอกความรู้สึกและไม่ชอบพูดอะไรซึ้งๆ หวานๆ เราเลยต้องสัมผัสตัวตนของคุณยุนกิผ่านการกระทำหรือรอให้เมมเบอร์คนอื่นมาเล่าให้ฟัง อย่างเรื่องที่มีคนเล่าว่าไม่ว่าใครจะเอ่ยปากขอให้เขาช่วยซ่อมอะไร ตื่นมาก็จะพบว่าคุณยุนกิทำมันเสร็จเรียบร้อยหมดแล้วโดยไม่ต้องพูดอะไรมาก ผู้ชายที่แสนขี้เซา แต่ก็ยอมตื่นมาป้อนนมสัตว์เลี้ยงของคุณจินเวลาที่มันร้องหิวนมและปล่อยให้คุณจินหลับอย่างสบายใจ ผู้ชายที่เกรี้ยวกราดบนเวที และแต่งเพลงดิบเถื่อน ถูกคนนอกมองว่าหยาบคาย แต่ตอนแสดงซีรีย์ที่ต้องตวาดผู้หญิง กลับบอกทีมงานที่อยู่ด้วยกันมานานว่า
"ผมขึ้นเสียงหรือทำอะไรแบบนั้นไม่ได้เลยครับ ผมยังไม่เคยขึ้นเสียงกับใครเลยนะ"
ผู้ชายที่จริงจังกับการทำงานแต่ก็โดนลีดเดอร์แฉว่ามีความเป็นเด็กสูงมาก ช่วงงานปลายปีที่ไม่ได้ไปแสดงร่วมกับเมมเบอร์คนอื่นก็เกิดความเหงา อัพทวิตเตอร์ตัดพ้อกับแฟนคลับ เพราะเริ่มชีวิตเส้นทางดนตรีมาด้วยความยากลำบาก เลยกลายเป็นคนกระหายความสำเร็จมาโดยตลอด เอาชีวิตทุ่มเทไปกับงานไม่ยอมหยุดพัก แม้ทำงานดีเท่าไรก็ยังต้องการให้ดีมากขึ้นไปอีกจนกลายเป็นความกดดันของชีวิต แต่เพราะชีวิตคือการเติบโต คุณยุนกิค่อยๆ บรรลุเป้าหมายทีละอย่างรวมถึงประสบความสำเร็จในสิ่งที่ไม่เคยคาดคิดมาก่อน สิ่งที่เขาได้เรียนรู้จากความมสำเร็จคือ ความภาคภูมิใจในฐานะคนทำเพลง ความมั่นใจในคุณค่าของตัวเองและความเข้าใจในคุณค่าของชีวิต
"ถึงตอนนี้ผมไม่มีความรู้สึกที่จะมุ่งหน้าไปเพื่อความฝันที่ชัดเจนอย่างแต่ก่อน แต่คุณค่าและความสุขในฐานะมนุษย์ก็เป็นสิ่งสำคัญ"
"ขอบคุณที่ทำให้ผมเป็นคนโชคดีนะครับอาร์มี่ ผมไม่ค่อยได้พูดเพราะแสดงออกไม่เก่ง ผมก็เลยมาถ่ายทอดผ่านข้อความนี้ ผมเป็นคนที่ยังไม่ดีพอเพราะฉะนั้นผมจะใช้ชีวิตโดยที่รู้สึกขอบคุณอยู่เสมอนะครับ"
About his written
คุณยุนกิเริ่มเขียนเพลงและทำบีทมาตั้งแต่อายุ 13 วัยเด็กที่เต็มไปด้วยความฝัน แต่ก็เป็นความฝันที่ไม่สดใสเท่าไหร่นัก เพราะตลอดเวลาที่เขามุ่งมั่นกับเส้นทางนี้ครอบครัวไม่ได้ให้การสนับสนุน แม้เขาจะอยากเรียนโรงเรียนดนตรีดีๆ ก็ไม่มีโอกาส สิ่งที่เด็กคนนึงในตอนนั้นทำได้ก็คือการเรียนรู้ทุกอย่างด้วยตัวเองทั้งหมด และฝึกฝนมาเรื่อยๆ จนได้มาทำเพลงใต้ดินตอนอายุ 17 ช่วงเวลานั้นคือความยากลำบากที่แท้จริง การเลือกเดินตามความฝันของตนเองโดยไม่มีใครให้การสนับสนุนไม่ใช่เรื่องที่ง่ายเลย คุณยุนกิเรียนรู้ MIDI การที่ MIDI เป็นแค่ชุดคำสั่งทำให้มันมีประโยชน์ในการทำเพลงอย่างมาก เวลาทำเพลงคุณไม่จำเป็นต้องเล่นให้ถูกตั้งแต่เทคแรกที่อัดก็ได้ ถ้าคุณเล่นโน้ตผิดก็แค่คลิกเปลี่ยนมันให้กลายเป็นโน้ตที่ถูกซะ ถ้าคุณเล่นไม่ตรงจังหวะก็สามารถขยับโน้ตต่างๆ ไปในตำแหน่งที่คุณต้องการได้ ถ้าคุณเล่นโน้ตตัวไหนดังไปหรือเบาไปไม่สม่ำเสมอกัน ก็สามารถปรับ Velocity ของโน้ตแต่ละตัวได้ นอกจากนี้คุณยังสามารถเปลี่ยนเครื่องดนตรีได้ เช่นเปลี่ยนจากเปียโนเป็นไวโอลิน โดยสั่งให้มันเล่น MIDI ชุดเดิมได้อีกด้วย ทุกวันนี้เราได้ยินเพลงจำนวนมากที่สร้างขึ้นมาจาก MIDI ไม่ว่าจะเป็นตามตู้คาราโอเกะ เพลงดังจากค่ายต่างๆ ดนตรีอิเล็กทรอนิกซ์ หรือแม้แต่ในดนตรีประกอบภาพยนตร์ก็ตาม ถ้าไม่นับดนตรีคลาสสิก พื้นบ้าน แจ้สแล้ว ดนตรีกระแสหลักส่วนมากล้วนมีการผสมผสานกันระหว่าง Audio ซึ่งอัดเสียงมาจากนักดนตรีจริงๆ และ MIDI ทั้งนั้น นอกจากนี้การผลิตเครื่องดนตรีไฟฟ้าต่างๆ เช่นกลองไฟฟ้า เปียโนไฟฟ้า คีย์บอร์ด ก็นำหลักการของ MIDI ไปใช้เช่นกัน
ในเพลง First Love ที่เขาแต่งขึ้นก็เป็นเรื่องราวเปียโนหลังแรกของเขาในวัยเด็ก คุณยุนกิได้บอกไว้ว่ามันเป็นเพื่อนเพียงคนเดียวของเขาในตอนนั้น และในครั้งแรกของการอัดเพลงนี้เขาร้องไห้ไปเยอะมาก เพราะมันทำให้เขานึกถึงความทรงจำในช่วงเวลานั้น คุณยุนกิเคยพูดถึงทัศนคติในการทำเพลงของเขาว่า
"ในยุคสมัยที่ผู้คนอยู่ด้วยความทุกข์ยาก ทุกคนต่างยอมแพ้ต่อสิ่งต่างๆ มากมาย เหตุผลที่คนหมดกำลังใจก็เพราะพวกเขามองไม่เห็นอนาคต ผมหวังว่าดนตรีของผมจะสามารถไปปลอบประโลมจิตใจของผู้คนเหล่านี้ และสามารถเดินออกมาจากความทุกข์ยากนั้นได้ครับ"
" สำหรับผม ดนตรีคือความหวังและความสุข ผมเองก็อยากเป็นความหวังและความสุขของใครสักคนได้ครับ"
คุณยุนกิบอกหลังจากปล่อยมิกซ์เทปว่า
"ผมเขียนเรื่องราวทั้งหมดจากด้านในตัวผม ผมรู้สึกเหมือนได้ปลดปล่อยตัวเอง"
ซึ่งเราเห็นได้จากเนื้อเพลงว่าคุณยุนกินั้นได้บอกเล่าตัวตนของตัวเองอย่างจริงใจ ถ่ายทอดทั้งความอ่อนแอ ความรู้สึกเปราะบางต่างๆ รวมถึงมุมที่ไม่สวยงามของชีวิต เหตุผลที่เขาเปิดเผยตัวเองเกี่ยวกับโรคซึมเศร้าในมิกซ์เทป และพูดถึงความโดดเดี่ยว ความวิตกกังวลต่างๆ ในเพลง The Last เพราะคุณยุนกิอยากบอกผู้คนมากมายผ่านเนื้อเพลงว่า
"ชีวิตคนเรามีความวิตกกังวลอยู่ทุกช่วงเวลา ผมเองก็หวั่นวิตก คุณเองก็เหมือนกัน เรามาเรียนรู้ไปพร้อมๆ กันนะ"
คุณยุนกิไม่ใช่คนเปิดเผยความรู้สึกนัก แต่ในมิกซ์เทปกลับ Rap ออกมาได้อย่างผ่อนคลาย เขาบอกไว้ว่า
"ผมไม่ได้ใช้ชีวิตอย่างปกติมา เริ่มทำเพลงและออกจากบ้านมาตั้งแต่อายุยังน้อย เดิมทีผมแสดงความรู้สึกอะไรแบบนั้นไม่ค่อยเก่ง แต่ผมก็อยู่อย่างมีความหวังมาโดยตลอดให้มีใครสักคนรับรู้บ้าง ผมเลยทำมิกซ์เทป AgustD"
"ผมอยากเป็นคนดีครับ แต่จะเป็นคนดีสำหรับทุกๆ คนได้ยังไงล่ะ? มันดูโลภมากไปหน่อยแต่อย่างน้อยผมก็เป็นคนซื่อสัตย์ที่จะไม่โกหกว่าผมพยายามใช้ชีวิตให้เหมือนเนื้อเพลงที่ผมเขียน ดังนั้นผมจึงสามารถภูมิใจกับเนื้อเพลงของตัวเองไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหนก็ตาม"
วันอังคารที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2563
Yoongi story
About SUGA
คุณยุนกิเริ่มเขียนเพลงและทำบีทมาตั้งแต่อายุ 13 วัยเด็กของเขาเต็มไปด้วยความฝัน แต่ดูเหมือนจะเป็นความฝันที่ไม่สวยงามและสดใสสักเท่าไหร่นัก เพระาตลอดเวลาที่คุณยุนกิเลือกเดินในเส้นทางนี้ครอบครัวของเขาไม่สนับสนุนและไม่ยอมรับ สำหรับเด็กอายุเพียงเท่านั้นนี่มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยสักนิด คุณยุนกิเรียนรู้ MIDI ในคอมพิวเตอร์และการทำบีทต่างๆ (Musical Instrument Digital Interface ซึ่งเป็นภาษาที่ทำให้คอมพิวเตอร์กับเครื่องดนตรีและ hardware อื่นๆ สามารถสื่อสารกันได้)
เมื่อคุณยุนกิเริ่มมาทำเพลงในสตูดิโอที่แดกูบ้านเกิดของเขา คนรอบข้างหรือแม้แต่ญาติของคุณยุนกิต่างพากันบอกว่าเขาจะต้องล้มเหลวกับเส้นทางนี้ แต่ที่สุดแล้วคุณยุนกิก็ได้ทำเพลงออกมาขาย ซึ่งเขาเป็นคนเรียบเรียงและทำทำนองด้วยตัวเองทั้งหมด แต่มันก็ขายไม่ได้แม้แต่บาทเดียว โดยคุณยุนกิเคยกล่าวไว้ว่า "วงการเพลงมันก็เป็นแบบนี้แหละ โดยปกติพวกเราก็ไม่ได้รายได้ใดๆ ในการทำเพลงที่สตู มันยากลำบากสำหรับค่าอาหารและค่ารถในแต่ละวัน แต่เพราะผมรักที่จะทำดนตรี ผมก็เลยอดทนเอาครับ" ซึ่งจะเรียกว่าช่วงเวลาเหล่านั้นเป็นบททดสอบก็ว่าได้ จากนั้นเขาก็เริ่ม Rap และทำการแสดง แม้จะแทบไม่มีคนมาดู แต่เพราะเขาอยากให้มีคนฟังเพลงของเขา เขาจึงทำมัน
และในที่สุดคุณยุนกิก็ตัดสินใจมาออดิชั่นที่โซล ด้วยความหวังว่าหนทางนี้จะทำให้เขาสามารถทำเพลงได้ต่อไปเรื่อยๆ มันคงจะดีถ้ามีช่องทางที่ทำให้ผู้คนมาฟังเพลงของเขาได้มากขึ้น ในช่วงเวลาที่ดิ้นรนอย่างนั้นโลกก็ไม่ได้ใจร้ายกับเขาเกินไปนัก ยังมีกำลังใจเล็กๆ จากพี่ชายของเขาผู้ที่เชื่อมั่นในตัวคุณยุนกิมาตั้งแต่แรกเริ่ม คอยฟังเพลงของน้องชายและเฝ้ามองดูความฝันของคุฯยุนกิมาโดยตลอด ต่อมาเขาก็ได้เดบิวต์เป็นไอดอลที่มีชื่อวงว่า BTS (Bangtan Soyeondan)
จริงๆ แล้วคุณยุนกิก็ไม่ได้คิดว่าตัวเองจะมาเป็นไอดอล เขาค่อนข้างอคติกับคำว่าไอดอลในตอนแรกๆ เพราะเขามาออดิชั่นด้วยการ Rap Battle ซึ่งไม่ใช่การออดิชั่นเพื่อค้นหาไอดอลแต่เป็นการออดิชั่นเพื่อหา Rapper ในฐานะโปรดิวเซอร์ซึ่งพอฝึกมาระยะนึง Big Hit Ent. ก็บอกว่าเขาต้องเต้นด้วยเลยกลายมาเป็นวงไอดอลในที่สุด
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)
Collaboration and Prod.
Wine - Suran (Prod by SUGA) Wine Eternal Sunshine - Epik High with SUGA Eternal Sunshine We don'...




