วันพุธที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2563

About his written







     คุณยุนกิเริ่มเขียนเพลงและทำบีทมาตั้งแต่อายุ 13 วัยเด็กที่เต็มไปด้วยความฝัน แต่ก็เป็นความฝันที่ไม่สดใสเท่าไหร่นัก เพราะตลอดเวลาที่เขามุ่งมั่นกับเส้นทางนี้ครอบครัวไม่ได้ให้การสนับสนุน แม้เขาจะอยากเรียนโรงเรียนดนตรีดีๆ ก็ไม่มีโอกาส สิ่งที่เด็กคนนึงในตอนนั้นทำได้ก็คือการเรียนรู้ทุกอย่างด้วยตัวเองทั้งหมด และฝึกฝนมาเรื่อยๆ จนได้มาทำเพลงใต้ดินตอนอายุ 17 ช่วงเวลานั้นคือความยากลำบากที่แท้จริง การเลือกเดินตามความฝันของตนเองโดยไม่มีใครให้การสนับสนุนไม่ใช่เรื่องที่ง่ายเลย คุณยุนกิเรียนรู้ MIDI การที่ MIDI เป็นแค่ชุดคำสั่งทำให้มันมีประโยชน์ในการทำเพลงอย่างมาก เวลาทำเพลงคุณไม่จำเป็นต้องเล่นให้ถูกตั้งแต่เทคแรกที่อัดก็ได้ ถ้าคุณเล่นโน้ตผิดก็แค่คลิกเปลี่ยนมันให้กลายเป็นโน้ตที่ถูกซะ ถ้าคุณเล่นไม่ตรงจังหวะก็สามารถขยับโน้ตต่างๆ ไปในตำแหน่งที่คุณต้องการได้ ถ้าคุณเล่นโน้ตตัวไหนดังไปหรือเบาไปไม่สม่ำเสมอกัน ก็สามารถปรับ Velocity ของโน้ตแต่ละตัวได้ นอกจากนี้คุณยังสามารถเปลี่ยนเครื่องดนตรีได้ เช่นเปลี่ยนจากเปียโนเป็นไวโอลิน โดยสั่งให้มันเล่น MIDI ชุดเดิมได้อีกด้วย ทุกวันนี้เราได้ยินเพลงจำนวนมากที่สร้างขึ้นมาจาก MIDI ไม่ว่าจะเป็นตามตู้คาราโอเกะ เพลงดังจากค่ายต่างๆ ดนตรีอิเล็กทรอนิกซ์ หรือแม้แต่ในดนตรีประกอบภาพยนตร์ก็ตาม ถ้าไม่นับดนตรีคลาสสิก พื้นบ้าน แจ้สแล้ว ดนตรีกระแสหลักส่วนมากล้วนมีการผสมผสานกันระหว่าง Audio ซึ่งอัดเสียงมาจากนักดนตรีจริงๆ และ MIDI ทั้งนั้น นอกจากนี้การผลิตเครื่องดนตรีไฟฟ้าต่างๆ เช่นกลองไฟฟ้า เปียโนไฟฟ้า คีย์บอร์ด ก็นำหลักการของ MIDI ไปใช้เช่นกัน

     ในเพลง First Love ที่เขาแต่งขึ้นก็เป็นเรื่องราวเปียโนหลังแรกของเขาในวัยเด็ก คุณยุนกิได้บอกไว้ว่ามันเป็นเพื่อนเพียงคนเดียวของเขาในตอนนั้น และในครั้งแรกของการอัดเพลงนี้เขาร้องไห้ไปเยอะมาก เพราะมันทำให้เขานึกถึงความทรงจำในช่วงเวลานั้น คุณยุนกิเคยพูดถึงทัศนคติในการทำเพลงของเขาว่า

 "ในยุคสมัยที่ผู้คนอยู่ด้วยความทุกข์ยาก ทุกคนต่างยอมแพ้ต่อสิ่งต่างๆ มากมาย เหตุผลที่คนหมดกำลังใจก็เพราะพวกเขามองไม่เห็นอนาคต ผมหวังว่าดนตรีของผมจะสามารถไปปลอบประโลมจิตใจของผู้คนเหล่านี้ และสามารถเดินออกมาจากความทุกข์ยากนั้นได้ครับ" 

" สำหรับผม ดนตรีคือความหวังและความสุข ผมเองก็อยากเป็นความหวังและความสุขของใครสักคนได้ครับ"

     คุณยุนกิบอกหลังจากปล่อยมิกซ์เทปว่า

"ผมเขียนเรื่องราวทั้งหมดจากด้านในตัวผม ผมรู้สึกเหมือนได้ปลดปล่อยตัวเอง"

    ซึ่งเราเห็นได้จากเนื้อเพลงว่าคุณยุนกินั้นได้บอกเล่าตัวตนของตัวเองอย่างจริงใจ ถ่ายทอดทั้งความอ่อนแอ ความรู้สึกเปราะบางต่างๆ รวมถึงมุมที่ไม่สวยงามของชีวิต เหตุผลที่เขาเปิดเผยตัวเองเกี่ยวกับโรคซึมเศร้าในมิกซ์เทป และพูดถึงความโดดเดี่ยว ความวิตกกังวลต่างๆ ในเพลง The Last เพราะคุณยุนกิอยากบอกผู้คนมากมายผ่านเนื้อเพลงว่า

"ชีวิตคนเรามีความวิตกกังวลอยู่ทุกช่วงเวลา ผมเองก็หวั่นวิตก คุณเองก็เหมือนกัน เรามาเรียนรู้ไปพร้อมๆ กันนะ"

     คุณยุนกิไม่ใช่คนเปิดเผยความรู้สึกนัก แต่ในมิกซ์เทปกลับ Rap ออกมาได้อย่างผ่อนคลาย เขาบอกไว้ว่า

"ผมไม่ได้ใช้ชีวิตอย่างปกติมา เริ่มทำเพลงและออกจากบ้านมาตั้งแต่อายุยังน้อย เดิมทีผมแสดงความรู้สึกอะไรแบบนั้นไม่ค่อยเก่ง แต่ผมก็อยู่อย่างมีความหวังมาโดยตลอดให้มีใครสักคนรับรู้บ้าง ผมเลยทำมิกซ์เทป AgustD"

"ผมอยากเป็นคนดีครับ แต่จะเป็นคนดีสำหรับทุกๆ คนได้ยังไงล่ะ? มันดูโลภมากไปหน่อยแต่อย่างน้อยผมก็เป็นคนซื่อสัตย์ที่จะไม่โกหกว่าผมพยายามใช้ชีวิตให้เหมือนเนื้อเพลงที่ผมเขียน ดังนั้นผมจึงสามารถภูมิใจกับเนื้อเพลงของตัวเองไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหนก็ตาม"





ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

Collaboration and Prod.

     Wine - Suran (Prod by SUGA)       Wine      Eternal Sunshine - Epik High with SUGA       Eternal Sunshine      We don'...