วันพุธที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2563

Yoongi and BTS






     ถ้าพูดถึงการทำเพลงในฐานะวง BTS คุณยุนกิคือคนที่จริงจังและอุทิศตัวให้กับดนตรีมาก เพราะเขาทำเพลงตลอดเวลาและทุกที่ ในโรงแรมระหว่างทัวร์คอนเสิร์ต ระหว่างท่องเที่ยว หรือหลังเวที

"ผมคงไม่ให้อภัยตัวเองหากทำดนตรีโดยปราศจากการทุ่มเททุกสิ่งทุกอย่างลงไป ถ้าได้เริ่มอะไรแล้วจะต้องทำให้ดีที่สุด"

     เพราะตอนเป็นเด็กคุณยุนกิได้ฟังเพลงทีี่มีข้อความที่เต็มไปด้วยความหวังเยอะมาก จึงเป็นแรงบันดาลใจให้ทำเพลงที่เกี่ยวกับเรื่องพวกนั้น เพลงของคุณยุนกิจึงมักจะพูดถึงความฝัน วัยหนุ่มสาวและความเป็นจริง ซึ่งเพลงเหล่านี้ก็ได้ทำหน้าที่ปลอบประโลมและเป็นกำลังใจให้คนฟังอย่างที่เขาตั้งใจได้แล้วจริงๆ แม้ในช่วงแรกๆ จะอึดอัดกับคำว่าไอดอลอยู่บ้าง แต่หลังจากทำเพลงมาได้ระยะหนึ่ง เขาก็ได้เรียนรู้ว่าความภูมิใจและความสุขที่แท้จริงในฐานะไอดอลคือ การได้รับการยอมรับผลงาน การทำให้ผู้คนมากมายเปิดใจฟังเพลงของเขาได้ เพราะงั้นมันจึงไม่สำคัยแล้วว่าเขาจะถูกเรียกว่าอะไร วันนี้เขาภูมิใจกับคำว่าไอดอล และคุณยุนกิเคยบอกไว้ว่า

"คุณค่าของเพลงจะเกิดขึ้นเมื่อมีคนฟัง"

     นั่นคือเหตุผลว่าทำไมเขาถึงอยากให้มีคนมาฟังเพลงเขาเยอะๆ ทำไมคุณยุนกิพูดถึงอคติในการฟังเพลงบ่อยๆ เพราะมันเป็นสิ่งที่เขาเผชิญกับมันมาตลอดตั้งแต่เริ่มเดินในเส้นทางดนตรี เพลงที่ทำด้วยหัวใจเอาไปขายก็ไม่มีคนซื้อ ไม่มีแม้แต่คนฟัง นอกจากมุมศิลปินที่มีความจริงจังกับการทำเพลงแล้ว คุณยุนกิก็ยังมีมุมสดใสเหมือนวัยรุ่นทั่วไป ซึ่งคนนอกไม่ค่อยได้สัมผัส เพราะเวลาออกงานเขามักจะนิ่งและขี้อาย ส่วนเวลาแสดงบนเวทีก็กลายเป็นผู้ชาย swag และเกรี้ยวกราด จนหลายคนคิดว่าคุณยุนกิเป็นคนกระด้าง แต่จริงๆ แล้วเขาเป็นคนที่จิตใจดีและอ่อนโยนมากๆ คนนึง ภายใต้บุคลิกที่ดูไม่คอยสนใจใครแต่กลับถูกยกย่องจากเมมเบอร์ด้วยกันเองว่าเป็นคนที่ใส่ใจคนอื่นเป็นอันดับต้นๆ

     บุคลิกนิสัยของคุณยุนกิถอดแบบมาจากคุณพ่อ นั่นคือไม่ชอบแสดงความรู้สึก เขาบอกว่าอยากเป็นคนใจเย็นสำหรับคนอื่นๆ มีเหตุผลและมีสติกับทุกสถานการณ์ เลยใช้ชีวิตโดยคิดว่าถ้าเราแสดงความรู้สึกให้คนอื่นรู้เราก็จะแพ้ คุณยุนกิเลยพยายามใช้ชีวิตเหมือนคุณพ่อและทำแบบนั้นมาโดยตลอด ครั้งนึงคุณยุนกิเคยเขียนจดหมายสารภาพว่าทุกครั้งที่ดีใจก็จะทำเป็นไม่ดีใจ เศร้าก็จะทำเป็นไม่เศร้า ชอบก็ทำเป็นไม่ชอบ ทำเป็นเข้มแข็งและเย็นชา ใช้ชีวิตแบบแกล้งทำมาตลอด เพราะคิดว่าความสุขถ้าแบ่งปันมันจะเพิ่มขึ้น แต่ความเสียใจแบ่งปันมันจะไม่ลดลง เลยคิดว่าทำแบบนี้มันถูกแล้ว

     เพราะไม่ชอบบอกความรู้สึกและไม่ชอบพูดอะไรซึ้งๆ หวานๆ เราเลยต้องสัมผัสตัวตนของคุณยุนกิผ่านการกระทำหรือรอให้เมมเบอร์คนอื่นมาเล่าให้ฟัง อย่างเรื่องที่มีคนเล่าว่าไม่ว่าใครจะเอ่ยปากขอให้เขาช่วยซ่อมอะไร ตื่นมาก็จะพบว่าคุณยุนกิทำมันเสร็จเรียบร้อยหมดแล้วโดยไม่ต้องพูดอะไรมาก ผู้ชายที่แสนขี้เซา แต่ก็ยอมตื่นมาป้อนนมสัตว์เลี้ยงของคุณจินเวลาที่มันร้องหิวนมและปล่อยให้คุณจินหลับอย่างสบายใจ ผู้ชายที่เกรี้ยวกราดบนเวที และแต่งเพลงดิบเถื่อน ถูกคนนอกมองว่าหยาบคาย แต่ตอนแสดงซีรีย์ที่ต้องตวาดผู้หญิง กลับบอกทีมงานที่อยู่ด้วยกันมานานว่า

"ผมขึ้นเสียงหรือทำอะไรแบบนั้นไม่ได้เลยครับ ผมยังไม่เคยขึ้นเสียงกับใครเลยนะ"

     ผู้ชายที่จริงจังกับการทำงานแต่ก็โดนลีดเดอร์แฉว่ามีความเป็นเด็กสูงมาก ช่วงงานปลายปีที่ไม่ได้ไปแสดงร่วมกับเมมเบอร์คนอื่นก็เกิดความเหงา อัพทวิตเตอร์ตัดพ้อกับแฟนคลับ เพราะเริ่มชีวิตเส้นทางดนตรีมาด้วยความยากลำบาก เลยกลายเป็นคนกระหายความสำเร็จมาโดยตลอด เอาชีวิตทุ่มเทไปกับงานไม่ยอมหยุดพัก แม้ทำงานดีเท่าไรก็ยังต้องการให้ดีมากขึ้นไปอีกจนกลายเป็นความกดดันของชีวิต แต่เพราะชีวิตคือการเติบโต คุณยุนกิค่อยๆ บรรลุเป้าหมายทีละอย่างรวมถึงประสบความสำเร็จในสิ่งที่ไม่เคยคาดคิดมาก่อน สิ่งที่เขาได้เรียนรู้จากความมสำเร็จคือ ความภาคภูมิใจในฐานะคนทำเพลง ความมั่นใจในคุณค่าของตัวเองและความเข้าใจในคุณค่าของชีวิต

"ถึงตอนนี้ผมไม่มีความรู้สึกที่จะมุ่งหน้าไปเพื่อความฝันที่ชัดเจนอย่างแต่ก่อน แต่คุณค่าและความสุขในฐานะมนุษย์ก็เป็นสิ่งสำคัญ"

"ขอบคุณที่ทำให้ผมเป็นคนโชคดีนะครับอาร์มี่ ผมไม่ค่อยได้พูดเพราะแสดงออกไม่เก่ง ผมก็เลยมาถ่ายทอดผ่านข้อความนี้ ผมเป็นคนที่ยังไม่ดีพอเพราะฉะนั้นผมจะใช้ชีวิตโดยที่รู้สึกขอบคุณอยู่เสมอนะครับ"

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

Collaboration and Prod.

     Wine - Suran (Prod by SUGA)       Wine      Eternal Sunshine - Epik High with SUGA       Eternal Sunshine      We don'...